สำหรับคนที่ยังจ่ายทุกอย่างไหว แต่ไม่รู้ว่าเดือนหน้าจะเอามาจากไหน

ทุกสิ้นเดือน คุณต้องหาเงินมาปิดช่องว่างเดิมซ้ำอีกครั้ง
และช่องว่างนั้นโตขึ้นทุกเดือน ทั้งที่คุณไม่ได้ใช้เงินเพิ่มขึ้นเลย

90 นาทีนี้ตอบ 2 คำถามที่คุณถามตัวเองทุกเดือน
เดือนหน้าคุณจะเบาลงได้เท่าไหร่ และหนี้ทั้งหมดจะจบเมื่อไหร่

ไม่ต้องหารายได้เพิ่ม ไม่ต้องบอกใคร ไม่ต้องรอให้เงินเดือนขึ้น ใช้ตัวเลขที่คุณมีอยู่ตอนนี้ทั้งหมด

กรอกอะไร
หน้าจอกรอกหนี้ในเครื่องเรียงหนี้
↓ ใช้เวลาราว 20 นาที ↓
ได้อะไรกลับมา
หน้าจอผลลัพธ์ที่แสดงวันปลอดหนี้ของตัวเอง

ภาพจากเครื่องมือจริง ใช้ตัวเลขสมมติเพื่อสาธิต ตัวเลขที่คุณเห็นจะเป็นของคุณเอง

เรื่องแรกที่คนถามคือ "แล้วมันจะทำให้เดือนหน้าเบาลงยังไง"
คำตอบมี 3 ทาง และไม่มีทางไหนที่ต้องหารายได้เพิ่ม คือหาเงินที่รั่วออกไปทุกเดือนกลับมา · ขอลดยอดที่ต้องจ่ายกับเจ้าหนี้โดยที่ยังไม่ต้องค้าง · และเลิกจ่ายผิดลำดับจนดอกกินไปเปล่าๆ
ซื้อแล้วได้อะไรทันที ✅ เครื่องเรียงหนี้ (กรอกแล้วได้วันปลอดหนี้) ✅ คู่มือฉบับลงมือทำ 5 ขั้น ✅ ตารางทลายภูเขา ปริ้นแปะตู้เย็น ✅ คลิปพาทำ 3 ตัว ✅ แผนที่ช่องทางฟรีของรัฐ พร้อมเบอร์จริง
ดูว่าในแผนมีอะไรบ้าง →

฿390 · เข้าใช้ได้ทันทีหลังชำระ · ใช้บนมือถือได้

เดือนของคุณหน้าตาแบบนี้หรือเปล่า

เงินเดือนเข้าบัญชีวันที่ 25

พอถึงวันที่ 26 มันหายไปเกือบหมดแล้ว ค่างวดบ้าน ค่างวดรถ ค่าเทอมลูก ค่าน้ำค่าไฟ แล้วก็ขั้นต่ำของบัตรทุกใบ ซึ่งคุณจ่ายครบทุกใบไม่เคยขาด เพราะรู้ดีว่าถ้าขาดเมื่อไหร่ ทุกอย่างจะพังหนักกว่านี้

เหลืออีกยี่สิบวันกว่าจะถึงรอบหน้า และคุณรู้ตั้งแต่วันที่ 26 แล้วว่ามันไม่พอ

คุณไม่ได้ใช้เงินเก่ง คุณกินข้าวแกงมาทั้งเดือน เสื้อตัวใหม่ซื้อครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว ตัดได้ทุกอย่างแล้ว เหลือแต่ของที่ตัดไม่ได้

แล้วช่องว่างนั้นก็ต้องมาจากที่ไหนสักแห่ง เดือนแรกมาจากบัตรอีกใบ เดือนต่อมาจากวงเงินที่เพิ่งว่างลง

และยอดที่ต้องคืนในเดือนถัดไป ก็โตขึ้นอีกนิดหนึ่ง ทุกเดือน

ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่ามันคือเดือนของคุณ สิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่คนมาสอนให้ประหยัด เพราะคุณประหยัดมาถึงขีดสุดแล้ว สิ่งที่คุณต้องการคือตัวเลขว่าเดือนหน้าจะเบาลงได้เท่าไหร่ และจะจบเมื่อไหร่

เรื่องที่ต้องพูดกันก่อน

ช่องว่างนั้นไม่ได้โตเพราะคุณใช้เงินเพิ่ม

คุณจ่ายเท่าเดิมทุกเดือน กินเท่าเดิม ไม่ได้ซื้ออะไรใหม่ แต่ทำไมมันตึงขึ้นเรื่อยๆ

เพราะทุกครั้งที่คุณเอาบัตรใบหนึ่งมาปิดช่องว่างของอีกใบ ยอดที่ต้องจ่ายเดือนถัดไปจะเพิ่มขึ้นทันที

ไม่ใช่เพิ่มเพราะคุณใช้ แต่เพิ่มเพราะดอกเบี้ยของก้อนที่เพิ่งหยิบมา ถูกบวกเข้าไปในภาระเดือนหน้าของคุณด้วย

คุณไม่ได้ใช้เงินเพิ่ม คุณกำลังยืมเดือนหน้ามาจ่ายเดือนนี้ และเดือนหน้าก็เลยหนักกว่าเดือนนี้เสมอ

และมีอีกอย่างที่ทำให้มันตึงขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัว ยอดขั้นต่ำที่บิลเรียกเก็บ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดคงเหลือ ยอดขึ้นเมื่อไหร่ บิลก็เรียกเก็บมากขึ้นตาม ทุกครั้งที่คุณหมุนเพิ่ม บิลเดือนหน้าก็เรียกเก็บสูงขึ้น แล้วช่องว่างก็กว้างขึ้นอีก

เราเรียกวงจรนี้ว่า "กับดักลูกหนี้ชั้นดี" — ยิ่งคุณจ่ายตรงเพื่อรักษาเครดิต ยิ่งไม่มีใครมาบอกอะไรคุณ คนที่ติดกับดักนี้ไม่ใช่คนที่ใช้เงินเก่ง แต่เป็นคนที่รับผิดชอบมาตลอด

แล้วทำไมไม่มีใครเคยบอกคุณว่าลดยอดที่ต้องจ่ายลงได้

เพราะโครงการช่วยเหลือลูกหนี้เกือบทั้งหมด เริ่มทำงานตอนที่คุณพังไปแล้ว
คลินิกแก้หนี้ค้างชำระเกิน 120 วัน
โครงการซื้อหนี้เสียรายย่อยค้างชำระเกิน 90 วัน

เงื่อนไข ณ ส.ค. 2569 · โครงการและเงื่อนไขปรับได้ ตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องก่อนใช้สิทธิเสมอ

คุณจ่ายตรงทุกงวด แปลว่าคุณไม่เข้าเงื่อนไขของอะไรเลยสักอย่าง ไม่แย่พอจะได้รับความช่วยเหลือ และไม่ดีพอจะสบายใจ

⭐ แต่มีสิทธิอยู่หนึ่งข้อ ที่ใช้ได้ตั้งแต่ตอนที่คุณยังจ่ายตรงแบบนี้ และมันคือตัวที่ลดยอดจ่ายรายเดือนได้จริง

มันมีผลมาตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 ใช้ได้กับคนที่ยังไม่ค้างชำระ คุณขอเองได้ ไม่ต้องรอให้เจ้าหนี้เสนอ และไม่มีเงื่อนไขรายได้

คนส่วนใหญ่เข้าใจกลับกันว่าต้องค้างก่อนถึงจะขอได้ จึงรอจนหมดอำนาจต่อรองไปเอง ความจริงคือตอนที่คุณยังจ่ายไหว คือตอนที่เจ้าหนี้อยากรักษาคุณไว้มากที่สุด

ในคู่มือบอกชื่อสิทธินี้ตรงๆ ว่าเรียกว่าอะไร ต้องโทรไปที่ไหน กดหมายเลขอะไร และต้องยกประเด็นไหนขึ้นมาพูด พร้อมวันที่มีผลบังคับใช้ให้คุณอ้างอิงได้

ถ้าคุณเคยโทรไปถามเองแล้วได้คำตอบว่า "บัญชียังปกติ ทำอะไรให้ไม่ได้" นั่นไม่ได้แปลว่าคุณไม่มีสิทธิ มันแปลว่าคุณคุยกับคนที่ไม่รู้ว่าสิทธินี้มีอยู่ เพราะเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ก็ไม่เคยได้รับการบอกเหมือนกัน

⚠️ การอนุมัติทุกกรณีเป็นการพิจารณาของสถาบันการเงิน คู่มือนี้บอกวิธีขอและสิ่งที่ต้องเตรียม ไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับอนุมัติ

ทางเลือกที่คุณอาจไม่เคยรู้ว่ามี

วิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้ กับวิธีที่เราจะใช้

วิธีเดิม

พอไม่พอก็หมุนจากอีกใบ แล้วหวังว่าเดือนหน้าจะดีขึ้นเอง

ไม่รู้ว่าเดือนหนึ่งขาดจริงๆ กี่บาท เลยไม่รู้ว่าต้องหาเท่าไหร่ถึงพอ

ไม่เคยติดต่อเจ้าหนี้ เพราะคิดว่าต้องค้างก่อนถึงจะขอได้

ถ้าอยากเบาลง = ต้องหารายได้เพิ่ม ซึ่งใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะเห็นผล

ผลลัพธ์: ทุกเดือนเหมือนเดิม แต่หนักขึ้นทีละนิด

วิธีที่เราจะใช้

รู้ตัวเลขก่อนว่าขาดเท่าไหร่ เป็นบาท ไม่ใช่ความรู้สึก

ไล่หาเงินที่รั่วออกไปทุกเดือนกลับคืนมา เห็นผลตั้งแต่รอบบิลถัดไป

ใช้สิทธิขอลดยอดที่ต้องจ่าย ตั้งแต่ยังไม่ค้าง พร้อมบทที่ต้องพูด

จัดลำดับใหม่ให้ดอกไม่กินไปเปล่าๆ เงินก้อนเดิมทำงานได้มากขึ้น

ผลลัพธ์: รู้ว่าเดือนหน้าเบาลงเท่าไหร่ และจบเมื่อไหร่

ทั้งสองทางใช้รายได้เท่าเดิมทุกบาท ต่างกันที่ทางหนึ่งเดาไปเรื่อยๆ อีกทางเห็นตัวเลขก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ

คำถามที่หลายคนไม่กล้าถามออกเสียง

"ถ้าเข้าสู่กระบวนการนี้ บูโรจะดำไปตลอดชีวิตไหม"

เข้าใจว่าทำไมคำถามนี้ถึงสำคัญมาก เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องตัวคุณคนเดียว มันคือเรื่องที่ว่าถ้าฉุกเฉินขึ้นมา คุณจะยังกู้อะไรได้อยู่ไหม ลูกจะยังเรียนต่อได้ไหม

สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ ติดเครดิตบูโรไม่ได้แปลว่ากู้ไม่ได้ตลอดไป

บูโรมีอายุความ ไม่ใช่ตราบาปถาวร

และแผนที่คุณจะได้จากคู่มือนี้ เริ่มจากขั้นตอนที่ยังไม่ต้องแตะบูโรเลยด้วยซ้ำ เพราะเป็นการจัดลำดับสิ่งที่คุณจ่ายอยู่แล้ว ไม่ใช่การหยุดจ่ายทันที
สิ่งที่คุณจะได้

จบ 90 นาที คุณจะมี 3 ตัวเลขที่จับต้องได้
ไม่ใช่ความรู้สึกว่าได้แรงบันดาลใจ

สิ่งที่คู่มือนี้ไม่ทำ: ไม่สอนให้อดทุกอย่าง · ไม่บอกให้เลิกกินกาแฟตลอดชีวิต · ไม่ให้คุณต้องเล่าเรื่องหนี้ให้ใครฟัง · และไม่ขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆ ให้คุณทั้งสิ้น
สิ่งที่ทำให้ตัวนี้ไม่เหมือนหนังสือการเงินที่คุณเคยอ่าน

นี่คือเครื่องมือที่กรอกแล้วได้คำตอบ
ไม่ใช่บทเรียนที่อ่านจบแล้วต้องไปคิดต่อเอง

สิ่งที่คุณต้องทำ

ใส่หนี้ทีละก้อน แค่ชื่อเรียกกับยอด ไม่ต้องใช้ชื่อจริง

เลือกประเภทหนี้จากรายการ แล้วดอกเบี้ยเติมให้เอง ไม่รู้ดอกก็กรอกได้

ใส่ตัวเลขเงินเข้าออกอีก 3 ช่อง

ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

สิ่งที่ได้กลับมา

วันที่หนี้ก้อนสุดท้ายจะหมด เป็นเดือนและปีที่ระบุได้

ลำดับว่าต้องโปะก้อนไหนก่อน เทียบให้เห็น 3 วิธี ว่าวิธีไหนจบเร็วกว่ากัน

ดอกเบี้ยที่จ่ายเปล่าอยู่เดือนละเท่าไหร่ เป็นตัวเลขจริงของคุณเอง

ถ้าโปะเพิ่มอีก 500 วันนั้นขยับเข้ามากี่เดือน กดดูสดๆ ได้ทันที

ภาพสองใบที่คุณเห็นตอนต้นหน้า คือหน้ากรอกกับหน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือตัวนี้เอง ไม่ใช่ภาพจำลอง

ไม่ต้องใส่เลขบัญชี ไม่ต้องเชื่อมแอปธนาคาร ไม่ต้องสมัครอะไรเพิ่ม
ตัวเลขทั้งหมดอยู่ในเครื่องของคุณเท่านั้น ปิดหน้าไปแล้วเปิดใหม่ก็ยังอยู่ และไม่มีใครเห็นนอกจากคุณ

ไม่มีใครต้องรู้ว่าคุณกำลังทำเรื่องนี้อยู่ แม้แต่เรา คุณไม่ต้องอธิบายตัวเองให้ใครฟังทั้งนั้น

ถ้าคุณเคยอ่านเรื่องการเงินมาแล้วแต่ยังไม่ได้เริ่ม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความรู้ที่ขาด แต่อยู่ที่ยังไม่มีใครเอาตัวเลขของคุณเองมาวางตรงหน้าคุณ

วิธีที่ใช้

3 ทางที่ทำให้เดือนหน้าเบาลง
และอีก 2 ตัวที่ทำให้มันจบเร็วขึ้น

ไม่มีข้อไหนที่ต้องรอให้ชีวิตพร้อมก่อน และไม่มีข้อไหนต้องหารายได้เพิ่มแม้แต่บาทเดียว

① สามทางที่ลดเงินที่ต้องจ่ายออกในแต่ละเดือน
1

อุด — เห็นผลเร็วที่สุด

ไล่หาเงินที่รั่วออกไปทุกเดือนแล้วดึงกลับมา เงินก้อนนี้มาได้เร็วกว่าการหารายได้เพิ่มหลายเท่า และไม่ต้องแลกกับเวลาชีวิตเพิ่มแม้แต่ชั่วโมงเดียว บางหมวดอุดได้ภายในห้านาที และเห็นเงินคืนตั้งแต่รอบบิลถัดไป

ขอลด — ตัวที่ลดได้มากที่สุดต่อครั้ง

ใช้สิทธิที่เล่าไปตอนต้น ขอลดยอดที่ต้องจ่ายกับเจ้าหนี้ ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ค้าง ไม่ต้องรอให้เสียเครดิตก่อน และไม่มีเงื่อนไขรายได้

ทำไมต้องเป็นตอนนี้
เพราะตอนที่คุณยังจ่ายตรง เจ้าหนี้ยังมองคุณเป็นลูกหนี้ที่อยากรักษาไว้ ไม่ใช่คนที่กำลังจะเบี้ยว อำนาจต่อรองสูงสุดของคุณคือตอนนี้ และมันลดลงทุกงวดที่ผ่านไป

3

เรียง — ทำให้เงินก้อนเดิมทำงานมากขึ้น

จ่ายขั้นต่ำทุกใบตามปกติ ไม่มีใบไหนถูกทิ้ง แล้วเอาส่วนที่เกินไปทุ่มที่ก้อนเดียวตามลำดับที่คำนวณให้ ข้อนี้ไม่ได้ทำให้เดือนนี้เบาลง แต่มันทำให้ดอกไม่กินไปเปล่าๆ และเลือกผิดต่างกันได้หลักหมื่นบาท

② สองตัวที่ทำให้มันจบเร็วขึ้นและไม่ย้อนกลับมาอีก
4

ล็อก

พอเดือนไหนเบาลงแล้ว อย่าลดยอดที่โอนออกตาม ให้จ่ายเท่าเดิม ส่วนต่างจะไปตัดเงินต้นตรงๆ ข้อนี้คือตัวที่ย่นวันปลอดหนี้ได้มากที่สุด และเริ่มได้ตั้งแต่บิลใบหน้า

แล้วเดือนที่เงินตึงล่ะ
ล็อกไม่ได้ทุกเดือนก็ไม่เป็นไร เดือนไหนไหวก็ล็อก เดือนไหนไม่ไหวก็จ่ายตามบิล แล้วกลับมาล็อกใหม่เดือนถัดไป มันไม่ใช่ระบบที่พังเพราะพลาดหนึ่งเดือน

🛡

กัน

ตั้งกติกาไม่ให้ก่อหนี้ใหม่ระหว่างทาง เพราะจุดที่แผนพังบ่อยที่สุด ไม่ใช่ตอนเริ่ม แต่คือเดือนที่สี่ที่มีเรื่องด่วนเข้ามาแล้วไม่มีเงินสำรองเลย

แล้วเดือนหน้าเบาลงได้เท่าไหร่ (จากการทดสอบเครื่องมือกับ 5 กรณี)

เฉพาะการอุดจุดรั่วอย่างเดียว ไม่รวมการขอลดค่างวด เงินที่ดึงกลับมาได้อยู่ระหว่าง 1,708 ถึง 6,306 บาทต่อเดือน ขึ้นกับว่าแต่ละคนรั่วตรงไหนบ้าง

และในทั้ง 5 กรณี มีอย่างน้อยหนึ่งจุดที่อุดได้ภายในห้านาที โดยไม่ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตอะไรเลย เป็นผลจากการทดสอบเครื่องมือด้วยชุดตัวเลขสมมติ 5 แบบ ไม่ใช่ลูกค้าจริงและไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกัน ของคุณจะต่างออกไปตามตัวเลขของคุณเอง · ส่วนการขอลดค่างวดกับเจ้าหนี้ เป็นการพิจารณาของสถาบันการเงิน จึงไม่รวมอยู่ในตัวเลขนี้
แล้วมันจะจบเร็วขึ้นแค่ไหน (ตัวเลขสมมติ ไม่ใช่ลูกค้าจริง)
หนี้ 4 ก้อน รวม 168,000 บาท จ่ายอยู่เดือนละ 11,340 บาท
จ่ายตามที่บิลบอก อีก 51 เดือน
ล็อกค่างวดไว้เท่าเดิม อีก 18 เดือน
ดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ 11,137 บาท
เงินเดือนแรกเท่ากันเป๊ะ ต่างกันแค่ปล่อยให้ค่างวดหด หรือล็อกไว้
คิดจากอัตราขั้นต่ำ 8% ของยอดคงเหลือ ตามที่ประกาศใช้ในปี 2569 · เป็นตัวอย่างการคำนวณเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกัน · ของคุณจะต่างออกไปตามตัวเลขของคุณเอง

"แล้วหนี้เท่าของฉันล่ะ ใช้ได้ไหม"

คำถามนี้มาทุกครั้ง เลยคำนวณให้ดูหลายระดับพร้อมกัน

หนี้รวมของคุณ บิลใบแรกเรียกเก็บ จ่ายตามบิลครบ 3 ปี
ยังเหลือ
80,0006,4006,674
150,00012,00012,515
220,00017,60018,355
400,00032,00033,372
สังเกตคอลัมน์ขวาสุด — จ่ายมาสามปีเต็ม ยอดที่เหลือแทบเท่ากับบิลใบแรกที่เคยจ่ายไป

และไม่ว่าหนี้คุณจะ 80,000 หรือ 400,000 ถ้าล็อกค่างวดไว้เท่าบิลใบแรก มันหมดใน 14 เดือนเท่ากันหมด เพราะทั้งดอกเบี้ยและยอดขั้นต่ำคิดจากยอดคงเหลือเหมือนกัน สัดส่วนจึงไม่เปลี่ยนตามขนาดหนี้ คิดที่ดอกเบี้ย 16% ต่อปีและขั้นต่ำ 8% เท่ากันทุกแถว เพื่อให้เทียบกันได้ · ของจริงแต่ละใบดอกไม่เท่ากัน เครื่องเรียงหนี้จะคิดแยกทีละก้อนให้
เรื่องที่ควรพูดกันตรงๆ

ใช่ มันง่ายกว่าที่คุณคิด
และนั่นแหละคือปัญหา

ธนาคารก็เขียนไว้ว่าควรจ่ายมากกว่าขั้นต่ำ คลิปการเงินก็พูดกันมานาน เราไม่แกล้งทำเป็นว่านี่คือความลับ เพราะมันไม่ใช่

แต่ "ควรประหยัดสิ ควรหารายได้เพิ่มสิ" กับ "เดือนหน้าคุณลดที่ต้องจ่ายลงได้ 3,200 บาท จากสามทางนี้" เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

อันแรกเป็นคำแนะนำที่ไม่มีใครทำตาม เพราะไม่รู้ว่าทำแล้วได้อะไร และคุณก็ทำมาหมดแล้ว
อันหลังเป็นตัวเลขของคุณเอง ที่คุณเห็นกับตาภายใน 90 นาที

และมีอีกสามอย่างที่คำแนะนำทั่วไปให้คุณไม่ได้

ถ้าคุณเริ่มวันนี้

สามสิบวันข้างหน้าจะหน้าตาแบบนี้

ทุกตัวเลขข้างล่างนี้ เครื่องมือคำนวณจากตัวเลขของคุณเอง — ไม่ใช่คำสัญญาของเรา คุณจะเห็นมันด้วยตาตัวเองในวันแรก และเห็นมันขยับด้วยตัวเองในสิ้นเดือน

คืนนี้ · 90 นาที

คุณจะรู้เป็นครั้งแรกว่าเดือนหนึ่งขาดอยู่กี่บาท รู้ยอดหนี้รวมจริง รู้ว่าดอกกินไปเดือนละเท่าไหร่ และมีวันปลอดหนี้เขียนอยู่บนกระดาษแผ่นหนึ่ง

พรุ่งนี้ · 20 นาที

คุณจะรู้ว่าเงินรั่วออกไปปีละกี่บาท และจุดไหนอุดได้ก่อนภายในห้านาที นี่คือเงินก้อนแรกที่กลับเข้ากระเป๋าคุณ

ภายในเจ็ดวัน

คุณจะได้โทรคุยกับเจ้าหนี้เป็นครั้งแรกโดยรู้ว่าต้องเอ่ยชื่อสิทธิอะไร และต้องถามอะไรก่อนวางสาย และจะรู้ว่าการโทรครั้งนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

สิ้นเดือน

คุณจะอัปเดตยอดคงค้างอีกรอบ แล้วเห็นว่า วันปลอดหนี้ขยับเข้ามากี่เดือน — และนั่นคือเชื้อเพลิงของเดือนถัดไป

จากตัวอย่างการคำนวณที่เราทดสอบ 5 กรณี ตัวเลขที่ขยับอยู่ระหว่าง 29 ถึง 49 เดือน ของคุณจะเป็นเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับตัวเลขของคุณเอง และคุณจะรู้คำตอบภายใน 90 นาทีข้างหน้า

สิ่งที่เปลี่ยนไปจริงๆ ไม่ใช่ยอดหนี้ในเดือนแรก — มันคือการที่คุณเลิกเดา คุณจะรู้ว่ามันจะจบเมื่อไหร่ และรู้ว่าต้องทำอะไรถึงจะจบเร็วขึ้น
คำถามที่ทำให้คนส่วนใหญ่ปิดหน้านี้ทิ้ง

ถ้าตอนนี้ไม่เหลือเงินให้โปะเลยสักบาท

ข่าวดีคือสองข้อที่ได้ผลมากที่สุดสำหรับคุณ ไม่ต้องใช้เงินเพิ่มเลยสักบาท การอุดจุดรั่ว กับการขอลดยอดที่ต้องจ่าย ทั้งคู่เป็นการเอาเงินกลับคืนมา ไม่ใช่การหาเงินไปเพิ่ม

ส่วนข้อที่ต้องหาเงินมาโปะเพิ่ม เราเข้าใจว่าทำไมคุณถึงคิดว่ามันไม่ใช่สำหรับคุณ เพราะคำแนะนำการเงินเกือบทุกอันเริ่มต้นด้วยประโยคว่า "เอาเงินที่เหลือมา..." ทั้งที่ประเด็นทั้งหมดของคุณคือ มันไม่เหลือ

แต่คำว่าเงินที่เหลือในแผนนี้ ไม่ได้แปลว่าเงินที่คุณต้องไปหามาเพิ่ม
มันคือ เงินที่ออกจากกระเป๋าคุณอยู่แล้วทุกเดือน โดยที่คุณไม่ได้เลือกให้มันออก

ค่าบริการที่ต่ออายุอัตโนมัติมาสามปีโดยไม่มีใครถามคุณสักครั้ง ค่าที่จ่ายไปกับสิ่งที่คุณเลิกใช้ไปนานแล้ว ส่วนต่างที่บวกเพิ่มทุกครั้งที่กดสั่งของ และรายจ่ายที่คุณรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดทุกปีแต่ไม่เคยตั้งงบไว้เลย

คนที่คิดว่า "ไม่มีเงินเหลือ" คือคนที่ขั้นตอนนี้ทำงานให้ได้มากที่สุด เพราะเงินที่หายไปโดยไม่รู้ตัว มักจะเยอะที่สุดในกระเป๋าของคนที่ไม่เคยได้นั่งไล่ดูมันทั้งหมดพร้อมกัน

และถ้าไล่ครบทุกจุดแล้วตัวเลขยังบอกว่าไม่พอจริงๆ
เครื่องมือจะบอกคุณตรงๆ ว่านี่ไม่ใช่ปัญหาวินัย แต่เป็นปัญหาโครงสร้าง แล้วส่งคุณไปที่ขั้นเจรจาแทน เราจะไม่ปล่อยให้คุณประหยัดต่อไปเรื่อยๆ กับปัญหาที่ประหยัดแล้วไม่มีวันพอ

ดูว่าในแผนมีอะไรบ้าง →

฿390 · จ่ายครั้งเดียว · การันตีคืนเงิน 30 วัน

ทำไมถึงเชื่อตัวเลขในคู่มือนี้ได้

เราไม่มีรีวิวมาโชว์ เพราะนี่คือรุ่นแรก

หน้าขายส่วนใหญ่ตรงนี้จะเป็นคำชมของลูกค้า — เราไม่มี และจะไม่แต่งขึ้นมา สิ่งที่เรามีให้ตรวจสอบแทนคือ ที่มาของทุกตัวเลข

คู่มือนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลและวิธีคิดเพื่อให้คุณตัดสินใจเอง ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือคำแนะนำการลงทุน และเราไม่แนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดเป็นการเฉพาะ

ทำไมต้องเป็นตอนนี้

ทุกเดือนที่รอ ไม่ได้อยู่เฉยๆ

เรื่องที่ไม่มีใครพูดถึงคือ การไม่ทำอะไรไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นกลาง เพราะดอกเบี้ยของบัตรเครดิตเดินทุกวัน แม้วันที่คุณไม่ได้รูด และมันเดินตั้งแต่วันที่รูด ไม่ใช่วันครบกำหนดชำระ

ถ้าดอกเบี้ยกินเงินคุณอยู่เดือนละสองพันบาท การเลื่อนเรื่องนี้ออกไปอีกสามเดือน ไม่ได้แปลว่าคุณ "ยังไม่ได้เริ่ม" — มันแปลว่าคุณจ่ายไปแล้วหกพันบาทเพื่อให้ทุกอย่างเหมือนเดิม

และมีอีกเรื่องที่สำคัญกว่า — สิทธิขอปรับโครงสร้างหนี้ที่ดีที่สุด คือสิทธิที่ใช้ได้ ตอนที่คุณยังจ่ายไหวอยู่ ไม่ใช่ตอนที่ค้างแล้ว ยิ่งรอจนเริ่มค้าง ตำแหน่งต่อรองของคุณยิ่งแย่ลง และทางเลือกยิ่งเหลือน้อยลง
ในแผนมีอะไรบ้าง

90 นาที ทำให้เดือนหน้าเบาลง แล้วรู้ว่าจะจบเมื่อไหร่

คู่มือฉบับลงมือทำ 5 ขั้น
อ่านแล้วทำตามได้เลย ไม่ใช่หนังสือให้อ่านเฉยๆ
เครื่องเรียงหนี้
ใส่หนี้ทุกก้อน → ได้ลำดับโปะ + วันปลอดหนี้ + เทียบ 3 วิธี
เปิดในเบราว์เซอร์มือถือได้เลย ไม่ต้องติดตั้งแอป ไม่ขอสิทธิ์เข้าถึงอะไรในเครื่องคุณ
ตารางทลายภูเขา
พิมพ์แปะตู้เย็น ระบายทีละช่องจนภูเขาหายไป
คลิปพาทำ 3 ตัว
กรอกให้ดูทั้งรอบ ไม่ต้องเดาว่าช่องไหนใส่อะไร
แผนที่ช่องทางฟรีของรัฐ
พร้อมเงื่อนไขและเบอร์โทรจริง เผื่อคุณเข้าเกณฑ์
คอร์สการเงินทั่วไปเริ่มต้นที่ ฿1,290 ฿390 จ่ายครั้งเดียว ไม่มีรายเดือน
เริ่มแผน 90 นาที — ฿390

เข้าใช้ได้ทันทีหลังชำระเงิน · ใช้บนมือถือได้ · ไม่ต้องผูกบัญชีธนาคาร

การันตี "เห็นวันปลอดหนี้"
ทำตามแผน 90 นาทีครบทุกขั้นแล้ว ยังไม่ได้ลำดับปลดหนี้และวันปลอดหนี้ของตัวเอง — คืนเงินทุกบาทภายใน 30 วัน
เราการันตีเฉพาะสิ่งที่เราควบคุมได้ทั้งหมด นั่นคือคุณจะได้แผนและตัวเลขของตัวเองจบในหนึ่งนั่ง · เราไม่การันตีผลลัพธ์ทางการเงิน เพราะไม่มีใครการันตีแทนคุณได้
ความซื่อสัตย์ที่ควรพูดก่อนคุณจ่ายเงิน

คู่มือนี้ไม่เหมาะกับใครบ้าง

ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มข้างล่างนี้ อย่าเพิ่งซื้อ — มีทางที่ฟรีและช่วยคุณได้มากกว่า และเราอยากให้คุณไปทางนั้นก่อน

เหตุผลที่เราเขียนหน้านี้ ทั้งที่มันทำให้ขายได้น้อยลง คือ คู่มือ ฿390 ไม่ควรถูกขายให้คนที่สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ คือการลดหนี้ ไม่ใช่การจัดลำดับ

จากตรงนี้ไปมีสามทาง

เลือกทางไหนก็ได้ แต่ให้เลือกโดยรู้ว่าแต่ละทางพาไปไหน

ทางที่หนึ่ง — ปิดหน้านี้แล้วจ่ายงวดเดือนหน้าเหมือนเดิม

เป็นทางที่ง่ายที่สุดและไม่มีใครว่าอะไร แต่ตัวเลขจะเหมือนเดิมทุกประการ ต่างกันแค่ว่าอีกสิบสองเดือนคุณจะจ่ายดอกไปเพิ่มอีกก้อนหนึ่ง แล้วกลับมาถามคำถามเดิม

ทางที่สอง — ทำเองทั้งหมด

ทำได้จริง ข้อมูลทุกอย่างมีอยู่ในอินเทอร์เน็ต ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดให้อ่านฟรี เงื่อนไขโครงการรัฐก็เปิดเผย และตารางคำนวณก็สร้างเองได้
สิ่งที่ต้องแลกคือเวลาไล่หา คัดว่าอันไหนอัปเดต และประกอบมันเข้าด้วยกันเอง — คนที่ทำสำเร็จมีจริง เพียงแต่ส่วนใหญ่เลิกกลางทางตอนที่เจอข้อมูลขัดกันเอง

ทางที่สาม — ให้เราย่นเวลานั้นให้

ทุกอย่างถูกไล่ ตรวจ และเรียงไว้ให้แล้ว เหลือแค่คุณใส่ตัวเลขของตัวเองลงไป แล้วเดินตามลำดับ — ใช้เวลา 90 นาที และราคาเท่ากับดอกเบี้ยไม่กี่วันของหนี้ก้อนกลาง

เริ่มแผน 90 นาที — ฿390

คำถามที่ถูกถามบ่อย

ต้องโหลดแอปเพิ่มไหม

ไม่ต้อง เครื่องมือทุกตัวเป็นหน้าเว็บที่เปิดจากมือถือได้ทันที การคำนวณทั้งหมดเกิดในเครื่องของคุณ และถ้าคุณปิดอินเทอร์เน็ตหลังเปิดหน้าแล้ว มันก็ยังทำงานได้ตามปกติ

ต้องรู้อัตราดอกเบี้ยของบัตรตัวเองไหม

ไม่จำเป็น ในเครื่องเรียงหนี้มีให้กดเลือกประเภทหนี้ แล้วระบบจะใส่อัตราตามเพดานที่ประกาศไว้ให้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปลอดภัยสำหรับการวางแผน — ถ้าภายหลังคุณรู้ตัวเลขจริงก็แก้เองได้

ต้องกรอกเลขบัญชีหรือเชื่อมแอปธนาคารไหม

ไม่ต้องทั้งสองอย่าง เครื่องมือทุกตัวทำงานในเครื่องของคุณ ไม่มีการส่งข้อมูลออกไปที่ไหน คุณจะตั้งชื่อบัตรว่า "บัตร A" ก็ยังใช้ได้ครบทุกฟังก์ชัน

มีหนี้บ้านหรือหนี้รถด้วย ใช้ได้ไหม

ใช้ได้ ใส่รวมเข้าไปได้เลย เพียงแต่คู่มือนี้เน้นหนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดเป็นหลัก เพราะเป็นกลุ่มที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดและขยับได้เร็วที่สุด

ต้องหารายได้เพิ่มก่อนไหมถึงจะทำได้

ไม่ต้อง ขั้นที่สองของคู่มือคือการหาเงินจากที่ที่รั่วอยู่แล้วในกระเป๋าคุณ ซึ่งได้เร็วกว่าการหารายได้เพิ่มมาก และไม่ต้องแลกกับเวลาชีวิตเพิ่ม

ใช้เวลา 90 นาทีจริงไหม

ถ้ามีใบแจ้งหนี้อยู่ตรงหน้าแล้ว ส่วนใหญ่จบใน 60–90 นาที ส่วนที่ใช้เวลานานสุดคือการรวบรวมยอดหนี้ทุกก้อน ซึ่งเป็นขั้นที่คนมักเลื่อนมานานที่สุดด้วยเช่นกัน

ซื้อแล้วได้ของยังไง

หลังชำระเงิน คุณจะตั้งรหัสผ่านแล้วเข้าใช้ได้ทันทีจากหน้าเดียวกัน ไม่ต้องรออีเมลจากใคร คู่มือและเครื่องมือทุกตัวอยู่ในระบบ เปิดจากมือถือได้ กลับมาดูซ้ำได้ตลอด และตัวเลขที่คุณกรอกไว้ยังอยู่

ถ้าไม่ตรงกับที่คาดไว้

ทำตามแผนครบแล้วยังไม่ได้ลำดับและวันปลอดหนี้ของตัวเอง แจ้งขอคืนเงินได้ภายใน 30 วัน คืนเต็มจำนวน

คนที่ทำคู่มือนี้

Cash Cow Lab

เราทำหนังสือและคู่มือด้านการเงินส่วนบุคคลมาแล้วหลายสิบเล่ม และคู่มือฉบับนี้เกิดจากการหยิบเนื้อหาเรื่องการจัดการหนี้ทั้งเล่มมาตัดใหม่ ให้เหลือเฉพาะสิ่งที่ ลงมือทำได้ในหนึ่งนั่ง

สิ่งที่เพิ่มเข้ามาและไม่มีในหนังสือเล่มไหนคือ ส่วนของสิทธิและช่องทางช่วยเหลือที่มีอยู่จริงในประเทศไทย ซึ่งเราไล่ตรวจกับประกาศและหน้าเว็บของหน่วยงานเจ้าของเรื่องทีละข้อ รวมถึงตัดตัวเลขที่หาต้นทางไม่ได้ออกทั้งหมด แม้มันจะทำให้คู่มือดูน่าตื่นเต้นน้อยลงก็ตาม

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 · ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือคำแนะนำการลงทุน · เราไม่มีส่วนได้เสียกับสถาบันการเงินใด และไม่แนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดเป็นการเฉพาะ

เริ่มแผน 90 นาที — ฿390

การันตีเห็นวันปลอดหนี้ · คืนเงินภายใน 30 วัน